ประสิทธิภาพของ "เอสโตเคด" ในการป้องกันโรคราน้ำค้างในแตงกวาแตงร้าน

 

 

        โรคราน้ำค้างในพืชตระกูลแตง สามารถป้องกันกำจัดได้หลายวิธี ได้แก่ การเพิ่มระยะปลูก เพื่อลดความชื้นในแปลง หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วควรเก็บซากพืช หรือวัชพืชออกจากแปลงให้หมดเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการนำต้นพืชที่เป็นโรคเข้าไปยังแปลงกล้า  หรือแปลงที่มีพืชอายุน้อยในบริเวณใกล้เคียงกัน เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปราศจากเชื้อโรค และควรพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อรา ก่อนเกิดโรคด้วย เอสโตเคด

        เอสโตเคด เป็นสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดดูดซึม จากประเทศอิตาลี ประกอบด้วยสารวาลิฟีนาเลท (Valifenalate) เป็นสารหลักที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะโรคใบไหม้และโรคราน้ำค้าง โดย เอสโตเคด จะทำหน้าที่เข้าไปยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อรา ตั้งแต่ที่ผิวใบพืช และยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อรา ทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกเนื้อเยื่อพืช ทำให้เชื้อราหยุดการเจริญเติบโตและตายในที่สุด ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังกล่าว ฝ่ายนักวิชาการบริษัท โซตัสฯ ได้ทดสอบประสิทธิภาพของ  เอสโตเคด ในการป้องกันกำจัดโรคราน้ำค้างซึ่งเป็นโรคที่มีความสำคัญ และมักพบเห็นได้บ่อยในพืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม ฟักทอง และแคนตาลูป เป็นต้น โดยได้ทำการทดลองที่ อ.ท่าม่วง และ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี จำนวน 5 กรรมวิธี คือ กรรมวิธีพ่นเอสโตเคด อัตรา 50, 60 และ 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร กรรมวิธีพ่นสารเปรียบเทียบ อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร และกรรมวิธีไม่พ่นสาร(พ่นน้ำเปล่า)โดยใช้เครื่องพ่นสารแบบเครื่องยนต์สะพายหลัง พ่นสารทุก 5 วัน รวม 4 ครั้ง เมื่อเริ่มพบโรคราน้ำค้าง จากนั้นประเมินความรุนแรงของโรคก่อนพ่นสารทุกครั้ง และ ที่ 7 และ 14 วัน หลังพ่นสารครั้งสุดท้าย ใช้วิธีสุ่มประเมินความรุนแรงของโรคจำนวน 20 ต้นต่อแปลงย่อย ในครั้งแรกจะประเมินความรุนแรงของโรคที่ใบทุกใบ ครั้งต่อไปประเมินความรุนแรงของโรค จากใบที่ 5-10 ของต้น (นับจากใบล่างขึ้นไป) แบ่งระดับความรุนแรงของโรคเป็น 6 ระดับ ดังนี้

ระดับ 1 ไม่แสดงอาการของโรคบนใบ

ระดับ 2  ใบแสดงอาการของโรค 1-10% ของพื้นที่ใบ

ระดับ 3 ใบแสดงอาการของโรค 11-25% ของพื้นที่ใบ

ระดับ 4 ใบแสดงอาการของโรค 26-50% ของพื้นที่ใบ

ระดับ 5 ใบแสดงอาการของโรค 51-75% ของพื้นที่ใบ

ระดับ 6  ใบเป็นโรคมากกว่า 75% ของพื้นที่ใบ

        ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ เอสโตเคดในแตงร้าน ที่ อ. ท่าม่วง และอ. พนมทวน  จ.กาญจนบุรี แสดงให้เห็นว่า สารป้องกันกำจัดโรคพืช เอสโตเคด ทุกอัตรา มีประสิทธิภาพในการควบคุมปริมาณเชื้อราสาเหตุโรคราน้ำค้างในแตงร้านได้ดี ตามตารางที่ 1และ 2

ตารางที่ 1 ระดับความรุนแรงของโรคราน้ำค้าง (Downy mildew) แตงร้าน ในการทดสอบประสิทธิภาพสารป้องกันกำจัดโรคพืช เอสโตเคด ที่ อ. ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ระหว่างเดือน กันยายน – พฤศจิกายน 2554

 

ตารางที่ 2 ระดับความรุนแรงของโรคราน้ำค้าง (Downy mildew) แตงร้าน ในการทดสอบประสิทธิภาพสารป้องกันกำจัดโรคพืช เอสโตเคด ที่ อ. พนมทวน จ.กาญจนบุรี ระหว่างเดือน กันยายน –พฤศจิกายน 2554

 

      การพ่น เอสโตเคด เพียง 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ก็สามารถยับยั้งการเกิดโรคราน้ำค้างได้ตั้งแต่การพ่นสารครั้งแรก ส่วนสารเปรียบเทียบ สามารถยับยั้งได้เฉพาะใบที่เป็นโรคอยู่เท่านั้น แต่ในใบที่แตกใหม่ยังคงพบการเข้าทำลายของโรคราน้ำค้าง ในกรรมวิธีที่ไม่พ่นสาร (พ่นน้ำเปล่า) ยังคงพบการระบาดของโรคราน้ำค้างอย่างต่อเนื่อง  ในแปลงที่พ่นด้วย เอสโตเคด จะสังเกตได้ว่าทั้งใบเก่าที่ถูกโรคเข้าทำลาย สปอร์ของเชื้อราที่ใบจะแห้ง กลายเป็นสีน้ำตาล และไม่มีการเจริญของเส้นใยเชื้อราขึ้นมาอีก ส่วนใบที่เกิดขึ้นใหม่ไม่พบการเข้าทำลายของเชื้อรา ทั้งนี้เนื่องจาก เอสโตเคด สามารถดูดซึมเข้าสู่ใบพืชได้ดี ทำให้สามารถยับยั้งการงอกและการเจริญเติบโตของสปอร์เชื้อรา ทำให้เชื้อราหยุดการเจริญเติบโต และตายในที่สุด ดังคุณสมบัติพิเศษที่กล่าวมาข้างต้น เชื้อราจึงไม่สามารถขยายพันธุ์และแพร่กระจายต่อไปได้  นอกจากนี้ในการพ่นด้วย เอสโตเคด ยังไม่พบความเป็นพิษต่อพืช (phytotoxicity) จากการพ่นสารในทุกอัตราอีกด้วย