<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หลักการและความจำเป็นของการใช้สารกำจัดศัตรูพืช Archives - บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<atom:link href="https://www.sotus.co.th/site/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sotus.co.th/site/tag/หลักการและความจำเป็นขอ/</link>
	<description>บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตระหว่างนำเข้า-ส่งออก. และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (สารกำจัดศัตรูพืช) ปุ๋ย ฮอร์โมน และธาตุอาหารเสริม.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Jun 2019 01:40:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2017/06/cropped-logo-sotus-1-2-32x32.png</url>
	<title>หลักการและความจำเป็นของการใช้สารกำจัดศัตรูพืช Archives - บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<link>https://www.sotus.co.th/site/tag/หลักการและความจำเป็นขอ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title></title>
		<link>https://www.sotus.co.th/site/5213-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=5213-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin Sotus]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2019 14:22:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความเเละงานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร. วิบูลย์ จงรัตนเมธีกุล]]></category>
		<category><![CDATA[หลักการและความจำเป็นของการใช้สารกำจัดศัตรูพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sotus.co.th/site/?p=5213</guid>

					<description><![CDATA[<p>         สารกำจัดศัตรูพืช (pesticide) เป็นสารที่ผลิตขึ้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site/5213-2/"></a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site">บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="pl-5213"  class="panel-layout" ><div id="pg-5213-0"  class="panel-grid panel-no-style" ><div id="pgc-5213-0-0"  class="panel-grid-cell" ><div id="panel-5213-0-0-0" class="so-panel widget widget_sow-editor panel-first-child panel-last-child" data-index="0" ><div
			
			class="so-widget-sow-editor so-widget-sow-editor-base"
			
		>
<div class="siteorigin-widget-tinymce textwidget">
	<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="size-medium wp-image-5206 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/H1-840x420.jpg" alt="" width="840" height="420" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/H1-840x420.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/H1-768x384.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/H1-1600x800.jpg 1600w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></h4>
<h4>       <strong>  สารกำจัดศัตรูพืช (pesticide)</strong> เป็นสารที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในการกำจัดแมลง วัชพืช จุลินทรีย์สาเหตุโรคพืช และสัตว์ศัตรูพืชต่างๆ เช่น หนู และหอย เป็นต้น สารเหล่านี้ถูกนำมาใช้ทั้งในทางการเกษตร สาธารณสุข ป่าไม้ การเก็บรักษาผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว อุตสาหกรรมอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย</h4>
<h4>          นับตั้งแต่มนุษย์เริ่มทำการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์แทนการหาพืชผักผลไม้และล่าสัตว์จากธรรมชาติ พืชและสัตว์เหล่านั้นก็ต้องได้รับการดูแลและปกป้องจากการทำลายโดยศัตรูต่างๆ เพื่อให้มนุษย์สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามที่ต้องการ ในสมัยโบราณชาวโรมันใช้ขี้เถ้า ใบสนบดละเอียด และน้ำปัสสาวะในการป้องกันความเสียหายจากศัตรูพืช และต่อมาก็เริ่มมีพัฒนาการวิธีการแก้ปัญหาศัตรูพืชให้มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นไปตามกาลเวลาและการสั่งสมองค์ความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งวิธีการที่ไม่เกี่ยวข้องกับสารเคมีและวิธีการใช้สารเคมี สารเคมียุคแรก (1G) เป็นสารอนินทรีย์จากธรรมชาติเช่น กำมะถัน แต่ต่อมาในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากมีการค้นพบและนำ DDT มาใช้ในการกำจัดแมลงจึงเป็นยุคของสารอินทรีย์สังเคราะห์ (2G) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน เมื่อความก้าวหน้าทางวิชาการมีมากขึ้นจึงเริ่มมีการสังเคราะห์สารกำจัดศัตรูพืชที่มีโครงสร้างเลียนแบบสารที่มีอยู่ภายในตัวของศัตรูพืชเองและมีผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของศัตรูพืช (3G) เช่น สารที่มีผลต่อการลอกคราบของแมลง (insect growth regulator, IGR) เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันจะพบว่าสารกำจัดศัตรูพืชหลายชนิดเป็นสารที่ผลิตขึ้นจากสิ่งมีชีวิตอื่น (4G) เช่น สารสกัดจากพืช จุลินทรีย์ รวมถึงชีวภัณฑ์ต่างๆ</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-5212 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แมลง-840x400.jpg" alt="" width="737" height="351" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แมลง-840x400.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แมลง-768x366.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แมลง-1600x762.jpg 1600w" sizes="(max-width: 737px) 100vw, 737px" /></h4>
<h4>         แม้ว่าสารกำจัดศัตรูพืชจะมีประโยชน์ต่อการเกษตรมากมายกล่าวคือ ช่วยปกป้องความเสียหายของผลผลิตจากแมลง วัชพืช โรคพืช และสัตว์ศัตรูพืชอื่นๆ ขณะอยู่ในแปลงปลูก ช่วยป้องกันความเสียหายของผลผลิตจากการทำลายและการปนเปื้อนจากหนูและแมลงศัตรูในโรงเก็บขณะอยู่ระหว่างการขนส่งและในโรงเก็บ ช่วยปกป้องผลผลิตจากการปนเปื้อนโดยเชื้อราซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ นอกจากนั้นสารกำจัดศัตรูพืชยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้และเวลามากขึ้นจากผลผลิตที่มากขึ้นและจากการใช้สารอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยกำจัดศัตรูพืชในสินค้าส่งออกและช่วยกำจัดหรือชะลอการแพร่กระจายของศัตรูพืชรุกรานต่างๆ แต่ในยุคดิจิตอลที่มีการสื่อสารแบบไร้พรมแดน ข้อมูลข่าวสารต่างๆ สามารถเข้าถึงบุคคลและหน่วยงานทุกระดับได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจไม่สามารถยืนยันความถูกต้องหรือตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ทำให้เกิดคำถามอยู่เนืองๆ ถึงอันตรายและความจำเป็นของการใช้สารกำจัดศัตรูพืช และเป็นปัญหาที่วงการธุรกิจเคมีเกษตรในประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้</h4>
<h4>         ในเรื่องของอันตรายของสารกำจัดศัตรูพืชคงเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า สารกำจัดศัตรูพืชที่มนุษย์ผลิตขึ้นควรเป็นสารที่มีพิษต่อศัตรูพืชชนิดหรือกลุ่มนั้นเท่านั้น แต่ไม่ควรเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตอื่นหรือสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริงแล้วสารกำจัดศัตรูพืชก็ยังคงจัดเป็นสารพิษที่อาจมีค่าความเป็นพิษ (toxicity) แตกต่างกันไปในแต่ละชนิด บางชนิดมีพิษร้ายแรง (แถบสีแดง) บางชนิดมีพิษปานกลาง (แถบสีเหลือง) บางชนิดมีพิษต่ำ (แถบสีน้ำเงิน) ความเป็นพิษเหล่านี้เป็นสมบัติประจำตัวของสารกำจัดศัตรูพืชแต่ละชนิด แต่ไม่ได้บ่งบอกถึงอันตราย (hazard) ที่อาจเกิดจากสารกำจัดศัตรูพืชนั้นๆ พึงเข้าใจไว้ว่า   <strong>Hazard   =    Toxicity  +  Exposure</strong></h4>
<h4></h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-5210 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แถบสี-840x683.jpg" alt="" width="499" height="406" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แถบสี-840x683.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แถบสี-768x624.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แถบสี-1600x1300.jpg 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/แถบสี.jpg 1831w" sizes="(max-width: 499px) 100vw, 499px" /></h4>
<h4>         สารที่มีพิษต่ำอาจเกิดอันตรายสูงได้หากขาดความระมัดระวังในการใช้ และทำให้ผู้ใช้หรือผู้เกี่ยวข้องได้รับสารพิษเข้าไปในร่างกาย (exposure) ในขณะที่สารที่มีพิษร้ายแรงอาจไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ก็ได้หากผู้ใช้มีการป้องกัน และปฏิบัติงานตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดด้วยความระมัดระวัง</h4>
<h4>          ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องถึงวิธีการและเทคนิคในการใช้สารกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งต่อตัวเอง ผู้คนรอบข้าง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมอื่นได้เป็นอย่างดี</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-5209 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/ใช้สารผิด-การ์ตูน-840x290.jpg" alt="" width="652" height="225" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/ใช้สารผิด-การ์ตูน-840x290.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/ใช้สารผิด-การ์ตูน-768x265.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/ใช้สารผิด-การ์ตูน-1600x551.jpg 1600w" sizes="(max-width: 652px) 100vw, 652px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-5221" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/หัวข้อ-2-840x203.jpg" alt="" width="264" height="64" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/หัวข้อ-2-840x203.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/หัวข้อ-2-768x186.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/หัวข้อ-2-1600x387.jpg 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/หัวข้อ-2.jpg 1966w" sizes="(max-width: 264px) 100vw, 264px" /></h4>
<ul style="list-style-type: circle;">
<li>
<h4>เลือกใช้สารกำจัดศัตรูพืชเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยเกษตรกรควรพิจารณาวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบอื่นเป็นอันดับแรกๆ และเลือกใช้วิธีการที่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยอาจใช้วิธีการเดียวหรือหลายวิธีการร่วมกัน เพื่อช่วยลดประชากรศัตรูพืชให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป หากพิจารณาแล้ววิธีการอื่นไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และจำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืช ก็ให้เลือกใช้สารที่มีพิษสูงต่อศัตรูพืชเป้าหมาย แต่ไม่มีพิษหรือมีพิษต่ำต่อสิ่งมีชีวิตอื่น โดยปฏิบัติตามหลักการใช้สารกำจัดศัตรูอย่างถูกต้องปลอดภัย (safe use)</h4>
</li>
<li>
<h4>ใช้สารกำจัดศัตรูพืชเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น ซึ่งหมายถึงใช้สารกำจัดศัตรูพืชเมื่อประชากรของศัตรูพืชมีมากจนก่อให้เกิดความเสียหาย และมูลค่าความเสียหายมีมากและคุ้มกับการลงทุนใช้สารกำจัดศัตรูพืช ในเรื่องนี้จึงมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ จะต้องมีการสำรวจประชากรศัตรูพืชอย่างสม่ำเสมอจึงจะรู้ว่ามีจำนวนประชากรศัตรูพืชมากน้อยเพียงใด และต้องสามารถประเมินได้อย่างแม่นยำว่าระดับประชากรดังกล่าวมีผลกระทบต่อผลผลิตเพียงใด เป็นมูลค่าเท่าใด (ต้องสามารถประเมินราคาของผลผลิตล่วงหน้าได้) จึงจะนำมาเปรียบเทียบได้ว่าคุ้มค่าหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการพิจารณารายละเอียดของการลงทุนใช้สารกำจัดศัตรูพืช ซึ่งโดยทั่วไปผู้ใช้มักจะคิดเพียงแค่ค่าสารกำจัดศัตรูพืชและค่าจ้างแรงงานในการพ่นสาร เกษตรกรส่วนใหญ่จึงเลือกใช้สารที่มีราคาถูกและมีประสิทธิภาพปานกลางหรือต่ำ แทนการเลือกใช้สารที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ราคาแพง โดยไม่ได้พิจารณารายละเอียดหรือต้นทุนด้านอื่นๆ เช่น ผลกระทบของสารที่เลือกใช้ต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ผลต่อสภาพแวดล้อม ความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของเกษตรกร แรงงาน และพิษตกค้างต่อผู้บริโภค ซึ่งถ้าสามารถประเมินรายละเอียดต่างๆ ดังกล่าวเป็นต้นทุนของการใช้สารกำจัดศัตรูพืช ก็จะทำให้สามารถระบุได้ว่าการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในครั้งนั้นมีความคุ้มค่าหรือเหมาะสมเพียงใด<img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-5207 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตกร-840x284.jpg" alt="" width="778" height="263" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตกร-840x284.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตกร-768x259.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตกร-1600x541.jpg 1600w" sizes="(max-width: 778px) 100vw, 778px" /></h4>
</li>
</ul>
<h4>         ในส่วนของคำถามถึงความจำเป็นของการใช้สารกำจัดศัตรูพืช หากย้อนกลับไปอ่านตอนต้นของบทความนี้จะเห็นได้ว่าการป้องกันกำจัดศัตรูพืชซึ่งรวมถึงการใช้สารกำจัดศัตรูพืชนั้น ได้พัฒนาขึ้นมาพร้อมกับการพัฒนาของการเกษตรและระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น <strong>สารกำจัดศัตรูพืชคงหมดความจำเป็นหากมนุษย์ย้อนกลับไปหาอาหารจากธรรมชาติโดยไม่มีการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์</strong> (เป็นไปไม่ได้!!!) จึงทำให้เราต้องค้นหาคำตอบว่าทำไมการทำการเกษตรจึงทำให้มีความจำเป็นต้องทำการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ศัตรูพืชเหล่านี้มีอยู่ในระบบนิเวศตามธรรมชาติหรือไม่ และ “ระบบนิเวศทางการเกษตร” ต่างจาก “ระบบนิเวศตามธรรมชาติ” อย่างไร</h4>
<h4>        <strong> ในระบบนิเวศตามธรรมชาติ</strong> พืชพรรณและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มีความหลากหลายทั้งในแง่ชนิด พันธุ์ (พันธุกรรม) ขนาด อายุ ความสมบูรณ์ ฯลฯ มีการแก่งแย่งแข่งขันและควบคุมกันเองไม่ให้มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่งมากจนเกินไป ศัตรูพืชที่เกิดในระบบนิเวศนั้นก็มีบทบาทเป็นเพียงผู้บริโภคหนึ่งของสายใยอาหาร และถูกควบคุมหรือกินโดยผู้บริโภคอื่นที่มีลำดับชั้นอาหารสูงขึ้นไป ทำให้<strong>อยู่ในภาวะสมดุล</strong>ไม่เกิดการระบาดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักวิชานิเวศวิทยา ที่ความหลากหลาย (diversity) จะทำให้เกิดความซับซ้อน (complexity) ของความสัมพันธ์เชิงอาหาร มีการกินและควบคุมกันหลายทอด และนำไปสู่เสถียรภาพ (stability) ของระบบนิเวศนั้น ในขณะที่การทำการเกษตรมักเป็นการทำให้ผิดธรรมชาติ <strong>ระบบนิเวศทางการเกษตร</strong>โดยส่วนใหญ่เป็นการเพาะปลูกเพื่อการค้าขายจึงมักทำในลักษณะของการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกพืชชนิดเดียว พันธุ์เดียว หรือเพียงไม่กี่ชนิดเพื่อลดต้นทุนด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และปัจจัยการผลิตต่างๆ พร้อมทั้งเพื่อความสะดวกในการดำเนินการ เช่น ปลูกพร้อมกัน เก็บเกี่ยวพร้อมกัน เป็นต้น การปฏิบัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ผลผลิต/รายได้/กำไรมากที่สุด แต่ขณะเดียวกันผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับเป็นการ<strong>ทำลายความสมดุล</strong>ของระบบนิเวศนั้น ศัตรูพืชมักเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการสูญเสียความสมดุลจึงทำให้เกิดการระบาดขึ้น และทำให้มนุษย์ต้องพัฒนาวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชขึ้น และสารเคมีก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่มนุษย์พัฒนาขึ้น</h4>
<h4>         หากมนุษย์ต้องการสร้างความสมดุลให้กลับคืนมาใหม่ มนุษย์จะต้องศึกษาจากธรรมชาติและเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนของการสร้างความหลากหลายเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในระบบนิเวศคือ “<strong>เกษตรทฤษฎีใหม่</strong>” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้เป็นแนวทางให้แก่เกษตรกรไทย และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านที่ไม่ได้ทรงหยุดอยู่ที่ความเข้าใจในหลักวิชาเท่านั้น แต่ยังประยุกต์ทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมและต่อยอดไปสู่ความยั่งยืน (sustainability) ของระบบนิเวศและการมีชีวิตอย่างยั่งยืนของเกษตรกรและครอบครัวโดยเริ่มต้นจากการสร้างความหลากหลายของพืชที่เพาะปลูกภายในแปลง และใช้ประโยชน์จากพื้นดินที่มีอยู่อย่างเต็มที่และคุ้มค่าที่สุด</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-5214 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตรทฎีใหม่-1-840x364.jpg" alt="" width="745" height="323" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตรทฎีใหม่-1-840x364.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตรทฎีใหม่-1-768x333.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/เกษตรทฎีใหม่-1-1600x693.jpg 1600w" sizes="(max-width: 745px) 100vw, 745px" /></h4>
<h4>         อย่างไรก็ตาม เกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังคงเคยชินกับการเกษตรเชิงเดี่ยว ทำการผลิตเพื่อการค้าและเมื่อเกิดปัญหาศัตรูพืชก็เลือกใช้สารกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นวิธีการที่ให้ผลรวดเร็ว หากเกษตรกรไทยเริ่มหันมาปฏิบัติตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ควบคู่กับการยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้เช่นกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะเปลี่ยนผ่านจากการเกษตรเชิงเดี่ยวไปเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่อาจมีความยากลำบากบ้าง โดยต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งกว่าที่ระบบนิเวศจะเข้าสู่สภาวะสมดุลใกล้เคียงกับระบบนิเวศตามธรรมชาติ ในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ ผลผลิตโดยทั่วไปจะค่อนข้างต่ำ เกษตรกรทั่วไปน่าจะสามารถปรับตัวได้ดีในระดับหนึ่ง และท้ายที่สุดเมื่อเข้าสู่สภาวะสมดุลหรือใกล้เคียงสมดุล ความจำเป็นในการพึ่งพาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะลดลงอย่างชัดเจน เกษตรกรไทยก็จะมีชีวิตที่มีความสุขตามอัตภาพ แต่ผลกระทบที่รุนแรงในช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดกับเกษตรกรหรือสังคมในชนบท แต่จะมีผลกับสังคมเมืองซึ่งผู้คนหลากหลายอาชีพพึ่งพาอาหารจากภาคการเกษตร เมื่อผลผลิตลดลง จึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากการส่งออกสินค้าเกษตรยังคงเป็นรายได้หลักอย่างหนึ่งของประเทศ</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-5211 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/พ่นยา-840x205.jpg" alt="" width="840" height="205" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/พ่นยา-840x205.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/พ่นยา-768x188.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/06/พ่นยา-1600x391.jpg 1600w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></h4>
<h4>         ดังนั้น ตราบใดที่ชุมชนเมืองยังไม่มีการพัฒนาให้สามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารได้มากขึ้น ตราบนั้นการเกษตรของไทยส่วนใหญ่ก็จะยังคงเป็นรูปแบบเกษตรเชิงเดี่ยว เป็นการผลิตเพื่อการค้าขายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเกษตรรูปแบบที่มักขาดความสมดุลและเป็นเหตุให้ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืชกันต่อไป</h4>
<h4></h4>
<hr />
<h4><strong>Line@ ID:</strong> <a href="https://goo.gl/oezFiy?fbclid=IwAR2Lgeqj2w-wXmSFHYWi8BWrKK83gCawLGoXyHyJZQNdq3N1OyDe7PMFUHY" target="_blank" rel="nofollow noopener" data-lynx-mode="hover" data-lynx-uri="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fgoo.gl%2FoezFiy%3Ffbclid%3DIwAR2Lgeqj2w-wXmSFHYWi8BWrKK83gCawLGoXyHyJZQNdq3N1OyDe7PMFUHY&amp;h=AT2jfxiW7lOwZgW_VLuaqQ5L0bRLyqMRduzyfWsIGC7qr1IfBKari5RQBdrJNgSBT1iL4G7NjbLSmeC1FTVsXOctAFudSTBsLtZJf0wfVxdkihPq6109nWtdTZjhFwvKj70C">goo.gl/oezFiy</a> หรือ พิมพ์ @sotus</h4>
<h4><strong>Facebook:</strong> <a href="https://www.facebook.com/sotus.int/">www.facebook.com/sotus.int/</a></h4>
<h4><strong>Youtube :</strong><a href="https://www.youtube.com/channel/UCr0T_masJxA8_h5Y9xM5vdw"> https://www.youtube.com/channel/UCr0T_masJxA8_h5Y9xM5vdw</a></h4>
<h4></h4>
</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site/5213-2/"></a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site">บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
