<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ Archives - บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<atom:link href="https://www.sotus.co.th/site/tag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sotus.co.th/site/tag/หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือ/</link>
	<description>บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตระหว่างนำเข้า-ส่งออก. และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (สารกำจัดศัตรูพืช) ปุ๋ย ฮอร์โมน และธาตุอาหารเสริม.</description>
	<lastBuildDate>Thu, 19 Dec 2019 06:55:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2017/06/cropped-logo-sotus-1-2-32x32.png</url>
	<title>หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ Archives - บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<link>https://www.sotus.co.th/site/tag/หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title></title>
		<link>https://www.sotus.co.th/site/4830-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=4830-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin Sotus]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Oct 2019 08:09:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความเเละงานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[tomato leafminer]]></category>
		<category><![CDATA[Tuta absoluta]]></category>
		<category><![CDATA[หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sotus.co.th/site/?p=4830</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรียบเรียงโดย : รศ.ดร.วิบูลย์  จงรัตนเมธีกุล            [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site/4830-2/"></a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site">บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="pl-4830"  class="panel-layout" ><div id="pg-4830-0"  class="panel-grid panel-no-style" ><div id="pgc-4830-0-0"  class="panel-grid-cell" ><div id="panel-4830-0-0-0" class="so-panel widget widget_sow-editor panel-first-child panel-last-child" data-index="0" ><div
			
			class="so-widget-sow-editor so-widget-sow-editor-base"
			
		>
<div class="siteorigin-widget-tinymce textwidget">
	<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-5169 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หัว-1-1-840x420.jpg" alt="" width="840" height="420" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หัว-1-1-840x420.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หัว-1-1-768x384.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หัว-1-1-1600x800.jpg 1600w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></p>
<h4 style="text-align: right;"><strong>เรียบเรียงโดย : รศ.ดร.วิบูลย์  จงรัตนเมธีกุล</strong></h4>
<h4></h4>
<h4>          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ประเทศไทยประสบปัญหาการระบาดของศัตรูพืชชนิดใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนหลายชนิด เช่น แมลงดำหนามมะพร้าว หนอนหัวดำมะพร้าว เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง และล่าสุดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด ซึ่งมีรายงานการตรวจพบครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2561 และแม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และการเฝ้าระวังโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เพียงไม่นานหนอนชนิดนี้ก็ระบาดไปทั่ว ปัจจุบันได้แพร่ระบาดไปมากกว่า 50 จังหวัดทั่วทุกพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวโพดในประเทศไทย สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก การแจ้งเตือนและการเฝ้าระวังศัตรูพืชมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรับรู้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีข้อมูลและเตรียมตัวรับมือกับศัตรูพืชชนิดนั้นๆ หากสามารถตรวจพบศัตรูพืชชนิดใหม่ได้แต่เนิ่นๆ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะจำกัดขอบเขตการระบาดมิให้ขยายเป็นวงกว้างไปยังพื้นที่อื่น หรืออาจสามารถดำเนินการกำจัดจนสิ้นซากหมดสิ้นไปจากประเทศได้</h4>
<h4>          “หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ”  เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กอยู่ในวงศ์ Gelechiidae อันดับ Lepidoptera แมลงชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศเปรู ซึ่งต่อมาได้แพร่กระจายทั่วไปในทวีปอมริกาใต้ แต่ในปัจจุบันมีแผนที่การแพร่กระจายดังภาพ โดยสามารถพบได้ทั้งในอเมริการใต้ ยุโรป และแอฟริกา</h4>
<h4>            สำหรับในทวีปเอเชียมีรายงานการพบครั้งแรกในประเทศอินเดียเมื่อปี 2557 และในประเทศเนปาลและบังคลาเทศเมื่อปี 2559 (Hossain <em>et</em>. <em>al</em>., 2016) นอกจากนั้น ในรายงานครึ่งปี Semi-Annual Report (October 1 2017 - March 31 2018) ของโครงการ Feed the Future, The U.S. Government’s Global Hunger &amp; Food Security Initiative โดย Integrated Pest Management Innovation Lab ได้ระบุว่าพบการระบาดของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศในประเทศพม่าเมื่อเดือนเมษายนปี 2560 พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าแมลงชนิดนี้น่าจะระบาดมายังประเทศไทยภายในปี 2561</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4833 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/แผนที่-840x600.jpg" alt="" width="543" height="388" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/แผนที่-840x600.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/แผนที่-768x549.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/แผนที่-1600x1143.jpg 1600w" sizes="(max-width: 543px) 100vw, 543px" /></h4>
<h4>            หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศจัดเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญชนิดหนึ่งของมะเขือเทศ สามารถสร้างความเสียหายได้รุนแรงหากขาดการจัดการที่เหมาะสม ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 6-10 มิลลิเมตร ปีกมีเกล็ดสีเทาปนน้ำตาล หนวดยาวเห็นเป็นปล้องสีอ่อน-เข้มสลับกันชัดเจน ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายผีเสื้อหนอนใยผัก ผีเสื้อวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ หรือกลุ่มเล็กๆ  2-5 ฟอง บนใบ ลำต้น หรือผลอ่อน สามารถวางไข่ได้ถึง 260 ฟองต่อตัว ไข่รูปทรงรีอาจมีสีขาวจนถึงเหลืองเข้ม และเปลี่ยนเป็นเกือบดำเมื่อใกล้ฟัก ระยะไข่ 4-5 วัน</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4834 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวเต็มวัย-840x385.jpg" alt="" width="683" height="313" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวเต็มวัย-840x385.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวเต็มวัย-768x352.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวเต็มวัย-1600x734.jpg 1600w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4835 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ไข่-840x418.jpg" alt="" width="692" height="344" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ไข่-840x418.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ไข่-768x382.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ไข่-1600x796.jpg 1600w" sizes="(max-width: 692px) 100vw, 692px" /></p>
<h4>            หนอนวัยแรกมีสีขาว มีขาจริงที่ส่วนอก 3 คู่ และขาเทียมที่ส่วนท้อง 4 คู่ และที่ปล้องท้ายสุดอีก 1 คู่ หนอนจะเปลี่ยนเป็นสีออกเขียวหรือชมพูอ่อนเมื่อเข้าสู่วัยที่ 2 ขึ้นอยู่กับอาหาร หนอนมี 4 ระยะ รวมเวลาประมาณ 8-14 วัน เมื่อใกล้เข้าดักแด้จะมีสีชมพูเข้มขึ้น หนอนอาจเข้าดักแด้ภายในชั้นระหว่างผิวใบทั้งสองด้านที่ชอนไชอยู่โดยไม่สร้างใยห่อหุ้ม หรืออาจออกจากใบเดิมแล้วสร้างรังไหมห่อหุ้มเพื่อเข้าดักแด้ติดกับใบใหม่หรือที่ผิวดินหรือใต้เศษซากพืช ดักแด้มีสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเมื่อใกล้ออกเป็นผีเสื้อ ระยะดักแด้ 7-10 วัน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-4836 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวหนอน-613x840.jpg" alt="" width="468" height="641" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวหนอน-613x840.jpg 613w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวหนอน-768x1052.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ตัวหนอน.jpg 1104w" sizes="(max-width: 468px) 100vw, 468px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4837 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ดักแด้-840x381.jpg" alt="" width="730" height="331" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ดักแด้-840x381.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ดักแด้-768x348.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ดักแด้-1600x725.jpg 1600w" sizes="(max-width: 730px) 100vw, 730px" /></p>
<h4>            หลังจากฟักออกจากไข่ หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศจะเจาะผิวใบเข้าไปกัดกินเนื้อใบสีเขียว ทำให้เกิดเป็นโพรงระหว่างผิวใบด้านบนและด้านล่าง ลักษณะโพรงเป็นปื้นขนาดใหญ่แตกต่างจากอุโมงค์ที่เป็นทางคดเคี้ยวของหนอนแมลงวันชอนใบ เมื่อนำใบส่องดูกับแสงอาจเห็นหนอนและมูลอยู่ภายใน เมื่อหนอนเจริญเติบโตขึ้นหรือมีหนอนหลายตัวอยู่ในใบเดียวกันก็อาจออกจากโพรงเพื่อไปชอนไชเข้าใบใหม่  หากเข้าทำลายระยะมะเขือเทศต้นเล็กใบอาจถูกทำลายทั้งหมดทำให้ต้นตายได้</h4>
<h4>           <img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-4838 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/อาการบนใบ-840x722.jpg" alt="" width="783" height="673" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/อาการบนใบ-840x722.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/อาการบนใบ-768x660.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/อาการบนใบ-1600x1375.jpg 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/อาการบนใบ.jpg 1759w" sizes="(max-width: 783px) 100vw, 783px" /></h4>
<h4>                  ในระยะมะเขือเทศต้นโตและมีการระบาดรุนแรงผลผลิตอาจเสียหายได้ 80-100% โดยทั่วไปแล้วหนอนจะเข้าทำลายใบเป็นหลัก แต่บางครั้งอาจพบทำลายยอดอ่อนและดอก  นอกจากนี้ หนอนวัยท้ายๆ ยังสามารถเจาะทำลายผลได้ด้วย โดยมักเจาะเข้าบริเวณใกล้ขั้วผล ทำให้เชื้อโรคเข้าทำลายซ้ำได้ พฤติกรรมการเจาะเข้าผลนี้ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่แมลงชนิดนี้จะเล็ดลอดเข้ามาภายในประเทศโดยการติดมากับผลผลิต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ด่านตรวจพืชโดยเฉพาะด่านบริเวณชายแดนไทย-พม่าจะต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบผลผลิตเกษตรที่เข้ามาภายในราชอาณาจักรไทยโดยละเอียด พืชอาหารอื่นของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ เช่น  มะเขือยาว มะเขือม่วง มันฝรั่ง พริกหวาน รวมทั้งวัชพืชบางชนิด เช่น ผักโขม ลำโพง เป็นต้น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4840 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ต้นถูกทำลาย-499x840.jpg" alt="" width="412" height="694" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ต้นถูกทำลาย-499x840.jpg 499w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ต้นถูกทำลาย-768x1292.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ต้นถูกทำลาย.jpg 899w" sizes="(max-width: 412px) 100vw, 412px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-4841 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ผลถูกเจาะ-840x333.jpg" alt="" width="782" height="310" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ผลถูกเจาะ-840x333.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ผลถูกเจาะ-768x304.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/ผลถูกเจาะ-1600x634.jpg 1600w" sizes="(max-width: 782px) 100vw, 782px" /></p>
<h4>            หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศชนิดใหม่นี้แตกต่างจากหนอนชอนใบมะเขือเทศที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย คือ หนอนชอนใบชนิดเดิมเป็นหนอนแมลงวันซึ่งตัวหนอนไม่มีขา และไม่เห็นส่วนหัวที่ชัดเจน ตัวเต็มวัยเป็นแมลงวันขนาดเล็กประมาณ 2 มิลลิเมตร สีเหลืองปนดำ ดังนั้นหากเกษตรกรรายใดสำรวจแปลงมะเขือเทศและพบเห็นมะเขือเทศที่มีลักษณะความเสียหายหรือพบหนอนชอนใบที่มีขาทั้งขาจริงและขาเทียมสอดคล้องกับลักษณะของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศดังกล่าว จะต้องรีบแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ตรวจสอบยืนยันและดำเนินการต่อไป ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4842 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-840x396.jpg" alt="" width="736" height="347" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-840x396.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-768x362.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-1600x753.jpg 1600w" sizes="(max-width: 736px) 100vw, 736px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class=" wp-image-4843 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-ทำลายใบ-840x363.jpg" alt="" width="749" height="324" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-ทำลายใบ-840x363.jpg 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-ทำลายใบ-768x332.jpg 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/04/หนอนแมลงวัน-ทำลายใบ-1600x691.jpg 1600w" sizes="(max-width: 749px) 100vw, 749px" /></p>
<h3></h3>
<h3><strong>การจัดการหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ</strong></h3>
<h4>          เนื่องจากหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศเป็นแมลงศัตรูพืชชนิดใหม่ที่เข้ามายังประเทศไทยไม่นานนัก และกรมวิชาการเกษตรกำลังเร่งดำเนินงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหาอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลการควบคุมและการจัดการจึงอ้างอิงจากคำแนะนำและผลงานวิจัยของต่างประเทศเป็นหลัก โดยพบว่าการหมั่นสำรวจแปลงปลูกมะเขือเทศ และพืชอาหารอื่น อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถตรวจพบแมลงและดำเนินการควบคุมได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถดำเนินการโดยใช้วิธีการต่างๆ เหล่านี้ร่วมกัน</h4>
<ol>
<li>
<h4>การปลูกพืชหมุนเวียน โดยไม่ปลูกพืชอาหารของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศต่อเนื่องกันหลายฤดูปลูก แต่สลับด้วยการปลูกพืชอื่นที่ไม่ใช่พืชอาหาร เพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตของแมลง และลดปัญหาการระบาดทำความเสียหายต่อพืชผล เช่น ปลูกมะเขือเทศ พืชตระกูลถั่ว กะหล่ำ มันเทศ แล้วจึงวนกลับมาปลูกมะเขือเทศอีกครั้ง หากไม่สามารถปลูกพืชหมุนเวียนได้ หลังเก็บเกี่ยวแล้วควรปล่อยแปลงทิ้งว่างไว้อย่างน้อย 6 สัปดาห์ก่อนเริ่มฤดูปลูกใหม่</h4>
</li>
<li>
<h4>เลือกใช้ต้นกล้าที่สะอาดปราศจากแมลงและร่องรอยการทำลายของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ</h4>
</li>
<li>
<h4>สำรวจแปลงปลูกเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เก็บใบที่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและผลที่ร่วงหล่นไปเผาทำลาย หรือนำไปฝังดินลึกอย่างน้อย 50 เซนติเมตร พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชที่เป็นพืชอาหารของหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ หลังเก็บเกี่ยวควรไถกลบทำลายเศษซากพืชที่เหลือตกค้างในแปลง เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของแมลงต่อไป</h4>
</li>
<li>
<h4>อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ โดยเฉพาะตัวห้ำหลายชนิดที่สามารถทำลายไข่และหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศวัยแรกก่อนที่จะชอนเข้าไปในใบ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อศัตรูธรรมชาติ</h4>
</li>
<li>
<h4>แบคทีเรียบาซิลลัส ทูรินเยนซิส <em>Bacillus thuringiensis</em> (<em>Bt</em>) และเชื้อราขาว <em>Beauvaria bassiana</em> สามารถทำให้หนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศเป็นโรคตายได้ เชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้มีความไวต่อสภาพแวดล้อม ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมหนอน เกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้อย่างเคร่งครัด</h4>
</li>
<li>
<h4>หากจำเป็นต้องใช้สารเคมี ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้สารเคมีชนิดเดียวหรือสารที่มีกลไกการออกฤทธิ์แบบเดียวกันซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาความต้านทานของแมลงต่อสารกำจัดแมลง ควรมีการสลับกลุ่มสารเคมีเป็นระยะตามช่วงอายุขัยของแมลง สารกำจัดแมลงที่มีรายงานในต่างประเทศถึงประสิทธิภาพในการกำจัดหนอนผีเสื้อชอนใบมะเขือเทศ เช่น</h4>
</li>
</ol>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>
<h4>คลอแรนทราลินิโพรล และ ฟลูเบนไดอะไมด์ (กลุ่ม 28)</h4>
</li>
<li>
<h4>สไปโนแซด และ สไปนีโทแรม (กลุ่ม 5)</h4>
</li>
<li>
<h4>อินด็อกซาคาร์บ (กลุ่ม 22)</h4>
</li>
<li>
<h4>เชื้อบาซิลลัส ทูรินเยนซิส (กลุ่ม 11)</h4>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<h4></h4>
<hr />
<h4><strong>สนใจข้อมูล/ความรู้ ด้านการเกษตรสามารถเข้าไปดูได้ที่</strong></h4>
<table>
<tbody>
<tr>
<td><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-6298" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide2-811x840.png" sizes="(max-width: 55px) 100vw, 55px" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide2-811x840.png 811w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide2-768x796.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide2.png 1058w" alt="" width="55" height="57" /></td>
<td>
<h4> <a href="https://goo.gl/oezFiy?fbclid=IwAR2Lgeqj2w-wXmSFHYWi8BWrKK83gCawLGoXyHyJZQNdq3N1OyDe7PMFUHY" target="_blank" rel="nofollow noopener" data-lynx-mode="hover" data-lynx-uri="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fgoo.gl%2FoezFiy%3Ffbclid%3DIwAR2Lgeqj2w-wXmSFHYWi8BWrKK83gCawLGoXyHyJZQNdq3N1OyDe7PMFUHY&amp;h=AT2jfxiW7lOwZgW_VLuaqQ5L0bRLyqMRduzyfWsIGC7qr1IfBKari5RQBdrJNgSBT1iL4G7NjbLSmeC1FTVsXOctAFudSTBsLtZJf0wfVxdkihPq6109nWtdTZjhFwvKj70C">goo.gl/oezFiy</a> หรือ พิมพ์ @sotus</h4>
</td>
</tr>
<tr>
<td><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-6297" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide1-811x840.png" sizes="(max-width: 55px) 100vw, 55px" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide1-811x840.png 811w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide1-768x796.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide1.png 1058w" alt="" width="55" height="57" /></td>
<td>
<h4> <a href="https://www.facebook.com/sotus.int/">www.facebook.com/sotus.int/</a></h4>
</td>
</tr>
<tr>
<td><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-6296" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide3-811x840.png" sizes="(max-width: 56px) 100vw, 56px" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide3-811x840.png 811w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide3-768x796.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2019/11/Slide3.png 1058w" alt="" width="56" height="58" /></td>
<td>
<h4><a href="https://www.youtube.com/channel/UCr0T_masJxA8_h5Y9xM5vdw"> https://www.youtube.com/channel/UCr0T_masJxA8_h5Y9xM5vdw</a></h4>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<h4></h4>
</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site/4830-2/"></a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site">บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
