<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เพลี้ยหอย หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพลี้ยหอย Archives - บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<atom:link href="https://www.sotus.co.th/site/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sotus.co.th/site/tag/เพลี้ยหอย-หนอนเจาะเมล็ด/</link>
	<description>บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตระหว่างนำเข้า-ส่งออก. และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (สารกำจัดศัตรูพืช) ปุ๋ย ฮอร์โมน และธาตุอาหารเสริม.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Jul 2021 07:51:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2017/06/cropped-logo-sotus-1-2-32x32.png</url>
	<title>เพลี้ยหอย หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพลี้ยหอย Archives - บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</title>
	<link>https://www.sotus.co.th/site/tag/เพลี้ยหอย-หนอนเจาะเมล็ด/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title></title>
		<link>https://www.sotus.co.th/site/8498-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=8498-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin Sotus]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jul 2021 14:51:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความเเละงานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[เพลี้ยหอย หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพลี้ยหอย]]></category>
		<category><![CDATA[แมลงที่เป็นปัญหากับการส่งออกทุเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.sotus.co.th/site/?p=8498</guid>

					<description><![CDATA[<p>     ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตผลไม้เมืองร้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site/8498-2/"></a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site">บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="pl-8498"  class="panel-layout" ><div id="pg-8498-0"  class="panel-grid panel-no-style" ><div id="pgc-8498-0-0"  class="panel-grid-cell" ><div id="panel-8498-0-0-0" class="so-panel widget widget_sow-editor panel-first-child panel-last-child" data-index="0" ><div
			
			class="so-widget-sow-editor so-widget-sow-editor-base"
			
		>
<div class="siteorigin-widget-tinymce textwidget">
	<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-8500 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-1-1-840x347.png" alt="" width="840" height="347" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-1-1-840x347.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-1-1-1600x660.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-1-1-768x317.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-1-1-1536x634.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-1-1-2048x845.png 2048w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></h4>
<h4>     ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตผลไม้เมืองร้อนหลายชนิด ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเนื่องจากมีคุณภาพ และรสชาติเป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค ทุเรียนก็เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีมูลค่าการส่งออกค่อนข้างสูง โดยในปี 2563 ปริมาณการส่งออกทุเรียนไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีโดยมีสถิติการส่งออก 11 เดือน (มกราคม-พฤศจิกายน) ในหมวดทุเรียนสด มากกว่า 615,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าเกือบ 65,000 ล้านบาท ประมาณ 80% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมดมีเป้าหมายหลักคือประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ในการค้าขายสินค้าเกษตรระหว่างประเทศ ผู้ส่งออกนอกจากจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องคุณภาพของผลผลิตแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับปริมาณสารพิษตกค้าง และปัญหาการปนเปื้อนของโรคและแมลงที่อาจติดไปกับสินค้าด้วย โดยทั้ง เกษตรกรและผู้ส่งออกจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์การระงับการนำเข้าที่อาจเกิดขึ้นได้หากประเทศคู่ค้ายังตรวจพบปัญหาเดิมซ้ำๆ อีก สำหรับแมลงศัตรูทุเรียนที่มีความเสี่ยงสูงในการสร้างปัญหาให้กับการส่งออกทุเรียนของไทยและได้รับการแจ้งเตือนจากประเทศจีนบ่อยครั้งได้แก่  หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย โดยหนอนเจาะเมล็ดจะอยู่ภายในผลทุเรียนทำให้สังเกตเห็นได้ยาก ส่วนเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอยโดยเฉพาะวัยแรกๆ จะสามารถหลบซ่อนได้ดีตามขั้วผล และซอกหนามทุเรียน</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone  wp-image-8502" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-2-840x292.png" alt="" width="253" height="88" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-2-840x292.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-2-1600x557.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-2-768x267.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-2-1536x535.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-2.png 1614w" sizes="(max-width: 253px) 100vw, 253px" /></h4>
<h4>     หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน มีชื่อเรียกอื่นคือ หนอนใต้ หนอนมาเลย์ หรือหนอนรู โดยสันนิษฐานว่าแมลงชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซีย และระบาดมายังภาคใต้ของประเทศไทยโดยเฉพาะในจังหวัดยะลา ต่อมาเมื่อมีความนิยมในการนำเมล็ดทุเรียนป่า ทุเรียนนกจากภาคใต้มาเพาะเพื่อใช้เป็นต้นตอของทุเรียนพันธุ์ดี หนอนชนิดนี้จึงติดไปด้วยและแพร่ระบาดไปตามแหล่งปลูกทุเรียนทั่วประเทศ</h4>
<h4>     หนอนเจาะเมล็ดทุเรียนมีตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลาง ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลปนเทา มีแต้มวงกลมสีขาว ขนาดใหญ่ชัดเจนกระจายบนปีก ปีกคู่หลังมีสีน้ำตาลปนเทา แต่สีอ่อนกว่าและไม่มีลายสีขาวแบบปีกคู่หน้า ตัวเมียวางไข่ตอนกลางคืนเป็นฟองเดี่ยวๆ บริเวณใกล้ขั้วผล ตัวเมียหนึ่งตัวสามารถวางไข่ได้ 100-200 ฟอง โดยจะวางไข่บนผลที่มีอายุประมาณ 2 เดือน เมื่อเมล็ดเริ่มเจริญดี ไข่ใช้เวลาประมาณ 10 วันจึงฟักเป็นตัวหนอน ซึ่งจะเจาะเปลือกทุเรียนเป็นรูขนาดเล็กเข้าไปอาศัยอยู่ภายในผล เนื่องจากผลทุเรียนกำลังอยู่ในระยะขยายตัว จึงทำให้สังเกตเห็นรูได้ยาก หนอนจะเจาะผ่านเนื้อเข้าไปยังเมล็ดทุเรียนซึ่งเริ่มแข็งตัว กัดกินเนื้อเมล็ดและถ่ายมูลทำให้เนื้อทุเรียนสกปรกเสียหาย</h4>
<h4>     ตัวหนอนมีสีชมพูอ่อนและเข้มขึ้นเป็นสีแดงเมื่อโตขึ้น ระยะหนอนประมาณ 38 วัน หนอนโตเต็มที่ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร หลังจากนั้นจึงเจาะเปลือกผลเป็นรูขนาด 5-8 มิลลิเมตร ทิ้งตัวลงดินเพื่อเข้าดักแด้ใต้เศษพืชและผิวดิน ระยะก่อนเข้าดักแด้ประมาณ 8-10 วันและระยะดักแด้ 1-9 เดือน ขึ้นกับสภาพแวดล้อม โดยฝนในช่วงต้นปีจะเป็นตัวกระตุ้นให้ผีเสื้อออกจากดักแด้ ผีเสื้อที่ออกจากดักแด้ภายใน 1 เดือน อาจเข้าวางไข่และทำลายทุเรียนรุ่นหลังในปีเดียวกันได้</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-8506 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-6-840x323.png" alt="" width="840" height="323" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-6-840x323.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-6-1600x615.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-6-768x295.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-6-1536x591.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-6-2048x788.png 2048w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></h4>
<h4><strong>การจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน</strong></h4>
<ol>
<li>
<h4>หลีกเลี่ยงการขนย้ายเมล็ดทุเรียนจากแหล่งอื่นมายังสวน แต่หากจำเป็น จะต้องคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ปราศจากหนอนเจาะเมล็ดหรือศัตรูพืชอื่น หรือแช่เมล็ดด้วยสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี (กลุ่ม 1) อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์บาริล 85% ดับบลิวพี (<strong>เซฟวิน 85</strong>) (กลุ่ม 1) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ก่อนการขนย้าย เพื่อกำจัดหนอนที่อาจติดอยู่ภายในเมล็ด</h4>
</li>
<li>
<h4>ดูแลรักษาความสะอาดแปลง โดยนำเศษซากผลทุเรียนที่ร่วงหล่นบริเวณใต้ต้นไปฝังดินพร้อมอัดหน้าดินให้แน่น หรือเผาทำลาย เพื่อลดแหล่งสะสมของหนอนและดักแด้</h4>
</li>
<li>
<h4>ห่อผลด้วยถุงพลาสติกเจาะรูด้านล่างเพื่อระบายน้ำ หรือห่อด้วยถุงตาข่ายไนล่อนคลุมทั้งผลจะสามารถป้องกันการวางไข่ของผีเสื้อบริเวณขั้วผลได้ ทั้งนี้หากใช้ถุงพลาสติกสีขาวขุ่นหรือสีทึบอาจมีผลกระทบต่อสีของเปลือกผลทุเรียนได้บ้าง เริ่มห่อผลเมื่อผลมีอายุไม่เกิน 6 สัปดาห์หลังติดผล ก่อนห่อจะต้องตรวจสอบและกำจัดเพลี้ยแป้งและเพลี้ยหอยออกจากผลทุเรียนให้หมดสิ้นก่อน</h4>
</li>
<li>
<h4>ติดตั้งกับดักแสงไฟหลอดแบล็คไลท์เพื่อจับผีเสื้อหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนซึ่งจะช่วยลดการวางไข่ที่จะกลายเป็นหนอนและสร้างความเสียหายต่อไป แต่หากมีจำนวนกับดักมากเกินไป กับดักแสงไฟแบล็คไลท์อาจดึงดูดแมลงหลายชนิด รวมทั้งแมลงศัตรูพืชชนิดอื่นมาสร้างปัญหาภายในสวนทุเรียนให้เพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน</h4>
</li>
<li>
<h4>ใช้สารไล่แมลง เช่น สารสกัดจากสะเดา หรือน้ำส้มควันไม้ ซึ่งมีกลิ่นในการไล่หรือรบกวนการวางไข่ของผีเสื้อหนอนเจาะเมล็ด</h4>
</li>
<li>
<h4>ใช้สารเคมีเป็นทางเลือกสุดท้ายหากวิธีการอื่นไม่ได้ผล โดยในสวนที่ไม่มีการห่อผล ให้พ่นสารเคมีทันทีที่ตรวจพบผีเสื้อหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนตัวแรกในกับดักแสงไฟ หรือในแหล่งที่มีการระบาดเป็นประจำให้พ่นสารเคมีเมื่อติดผลได้ 6 สัปดาห์ โดยใช้คาร์บาริล 85% ดับบลิวพี (กลุ่ม 1) (<strong>เซฟวิน 85</strong>) อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดอะซินอน 60% อีซี (กลุ่ม 1) อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เดลทาเมทริน 3% อีซี (กลุ่ม 3) อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% ซีเอส (กลุ่ม 3) อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วห่างกันครั้งละ 7 วัน และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวหลังจากพ่นสารครั้งสุดท้ายตามคำแนะนำที่ระบุบนฉลาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสารตกค้างบนผลทุเรียน</h4>
</li>
</ol>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone  wp-image-8503" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-3-840x295.png" alt="" width="250" height="88" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-3-840x295.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-3-1600x562.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-3-768x270.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-3-1536x539.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-3.png 1607w" sizes="(max-width: 250px) 100vw, 250px" /></h4>
<h4>     เพลี้ยแป้งจัดเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญชนิดหนึ่งของทุเรียน เป็นแมลงที่มีพืชอาศัยหลากหลายเช่น ทุเรียน มะม่วง เงาะ สับปะรด ฯลฯ เพลี้ยแป้งสามารถดูดกินน้ำเลี้ยงได้จากทั้งยอดอ่อน กิ่ง ช่อดอก ผลอ่อน และผลแก่ หากลงทำลายตั้งแต่ระยะผลอ่อนจะทำให้ผลแคระแกร็น หรือหลุดร่วงได้ เพลี้ยแป้งเป็นแมลงขนาดเล็ก ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร ตัวเมียไม่มีปีก ลำตัวอ่อนนุ่มปกคลุมด้วยไขสีขาวคล้ายแป้ง มักเกาะนิ่ง ดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่กับที่ไม่ค่อยเคลื่อนย้าย ตัวผู้ขนาดเล็กกว่าตัวเมีย มีปีก บินได้แค่ระยะใกล้ๆ ตัวเมียวางไข่กลุ่มละ 100-200 ฟอง อยู่ภายในถุงใต้ท้องตัวเมีย ไข่ฟักภายในถุง ตลอดวงจรชีวิตสามารถวางไข่ได้ 600-800 ฟอง ตัวอ่อนที่ฟักจากไข่ใหม่ๆ สามารถเคลื่อนที่ได้คล่องแคล่ว โดยจะหาซอกหรือพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อเกาะนิ่งและดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชต่อไป เนื่องจากเป็นแมลงขนาดเล็กและเคลื่อนที่ค่อนข้างน้อย มดจึงเป็นตัวการหลักในการคาบพาเพลี้ยแป้งแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของพืช และคอยป้องกันเพลี้ยแป้งจากศัตรูอีกด้วย ทั้งนี้มดจะได้ประโยชน์จากของเหลวพวกน้ำตาลที่เพลี้ยแป้งขับถ่ายออกมา ของเหลวดังกล่าวยังเป็นแหล่งอาหารของราดำจึงมักทำให้ผลทุเรียนที่ถูกเพลี้ยแป้งเข้าทำลายมีสีดำ สกปรก ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ เพลี้ยแป้งสามารถเข้าทำลายผลทุเรียนตั้งแต่ระยะเริ่มติดผลจนกระทั่งระยะเก็บเกี่ยว และสามารถติดไปกับผลทุเรียนส่งออกได้ง่ายโดยการหลบซ่อนตามซอกหนามและขั้วผล</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-medium wp-image-8507 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-7-840x287.png" alt="" width="840" height="287" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-7-840x287.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-7-1600x548.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-7-768x263.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-7-1536x526.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-7-2048x701.png 2048w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></h4>
<h4><strong>การจัดการเพลี้ยแป้งในทุเรียน</strong></h4>
<ol>
<li>
<h4>หมั่นสำรวจต้นทุเรียนเป็นประจำ และตัดแต่งกิ่ง ใบ หรือส่วนของทุเรียนที่เริ่มพบเพลี้ยแป้งไปเผาทำลาย</h4>
</li>
<li>
<h4>กำจัดวัชพืชในสวนทุเรียนที่เป็นแหล่งอาศัยของเพลี้ยแป้ง เช่น แห้วหมู</h4>
</li>
<li>
<h4>เพลี้ยแป้งมีศัตรูธรรมชาติหลายชนิด เช่น ด้วงเต่าลาย และแมลงปีกใส</h4>
</li>
<li>
<h4>หากพบเพลี้ยแป้งไม่มากนักบนผลให้ใช้แปรงปัดและกำจัดเพลี้ยแป้งที่ร่วงหลุดออกมาให้หมด หรือใช้ปิโตรเลียมออยล์ (<strong>เอสเค เอ็นสเปรย์ 99</strong>) อัตรา 50-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรพ่นโดยรอบผลที่พบเพลี้ยแป้ง</h4>
</li>
<li>
<h4>ใช้สารฆ่าแมลงพ่นกำจัดมดบริเวณโคนต้นและรังมด และใช้ผ้าชุบสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี (กลุ่ม 1) อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์บาริล 85% ดับบลิวพี (กลุ่ม 1) (<strong>เซฟวิน 85</strong>) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรพันไว้ตามกิ่งเพื่อป้องกันมดไม่ให้คาบพาเพลี้ยแป้งไปยังส่วนต่างๆ ของพืช โดยต้องชุบผ้าซ้ำทุก 10 วัน</h4>
</li>
<li>
<h4>หากมีการระบาดรุนแรงและจำเป็นต้องใช้สารฆ่าแมลง ให้พ่นเฉพาะต้นที่พบเพลี้ยแป้งให้ทั่วด้วยสารฆ่าแมลง เช่น ไดโนทีฟูแรน 10% ดับลิวพี (กลุ่ม 4) (<strong>สตาร์เกิล</strong>) อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 20% ดับลิวจี (กลุ่ม 4) (<strong>เท็นจู</strong>) อัตรา 5-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน 45% เอสซี (กลุ่ม 16) (<strong>นาปาม เอสซี</strong>) อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7 วันติดต่อกัน 2 ครั้ง และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวหลังจากพ่นสารครั้งสุดท้ายตามคำแนะนำที่ระบุบนฉลาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสารตกค้างบนผลทุเรียน</h4>
</li>
</ol>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone  wp-image-8504" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-4-840x300.png" alt="" width="252" height="90" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-4-840x300.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-4-1600x572.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-4-768x275.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-4-1536x549.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-4.png 1611w" sizes="(max-width: 252px) 100vw, 252px" /></h4>
<h4>     เพลี้ยหอยเป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก 1-2 มิลลิเมตร ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากลำต้น กิ่ง ใบ ตา และขั้วผล ทำให้ส่วนที่ถูกทำลายเหลืองหรือแห้งตายได้ ตัวเต็มวัยเพศเมียลำตัวสีแดงปนส้ม ไม่มีปีก เกาะนิ่งอยู่กับที่ ดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืช และมีเกราะ (คล้ายฝาครอบ) ลักษณะกลมรีซึ่งสร้างจากไขและคราบเก่าของเพลี้ยปกคลุมลำตัวอยู่ภายใน หากระบาดรุนแรงจะปกคลุมพื้นผิวพืชทำให้การสังเคราะห์แสงลดลง ตัวเมียวางไข่และไข่ฟักเป็นตัวภายใต้เกราะ ตัวอ่อนวัยแรกสามารถเคลื่อนที่ได้คล่องแคล่วทำให้แพร่กระจายไปได้ โดยจะออกจากเกราะของตัวแม่และเดินหาส่วนอ่อนๆ ของพืชที่เหมาะสม เพื่อเกาะนิ่งและเริ่มดูดกินอาหาร หรืออาจปลิวไปกับลม หรือติดไปกับคนและสัตว์อื่น  ตัวเต็มวัยเพศผู้มีปีกบอบบาง สามารถบินได้ในระยะใกล้ๆ เท่านั้น ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยที่เกาะนิ่งแล้วสามารถแพร่ระบาดได้โดยการติดไปกับกิ่งพันธุ์ ใบและผลทุเรียน ตลอดวงจรชีวิตใช้เวลาประมาณ 35-40 วัน</h4>
<h4><img decoding="async" loading="lazy" class="size-medium wp-image-8501 aligncenter" src="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-9-840x258.png" alt="" width="840" height="258" srcset="https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-9-840x258.png 840w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-9-1600x491.png 1600w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-9-768x235.png 768w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-9-1536x471.png 1536w, https://www.sotus.co.th/site/wp-content/uploads/2021/07/85-9-2048x628.png 2048w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /></h4>
<h4><strong>การจัดการเพลี้ยหอยในทุเรียน</strong></h4>
<ol>
<li>
<h4>หมั่นสำรวจสวนและตัดแต่งกิ่ง ใบ หรือส่วนของทุเรียนที่เริ่มพบเพลี้ยหอยไปเผาทำลาย</h4>
</li>
<li>
<h4>ตรวจสอบกิ่งพันธุ์ทุเรียนที่จะนำเข้ามายังสวนให้ปลอดจากโรคและแมลง</h4>
</li>
<li>
<h4>ถ้าเริ่มพบเพลี้ยหอยและมีปริมาณไม่มากนัก สามารถใช้ปิโตรเลียมออยล์ (<strong>เอสเค เอ็นสเปรย์</strong>) อัตรา 50-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรพ่นให้ทั่วบริเวณจะช่วยกำจัดเพลี้ยหอยเกล็ดได้</h4>
</li>
<li>
<h4>หากมีการระบาดอาจจำเป็นต้องพ่นสารฆ่าแมลงบริเวณโดยรอบต้นหรือจุดที่สำรวจพบ สารฆ่าแมลงที่สามารถใช้ควบคุมเพลี้ยหอยได้ เช่น ไดโนทีฟูแรน 10% ดับลิวพี (กลุ่ม 4) (<strong>สตาร์เกิล</strong>) อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 20% ดับลิวจี (กลุ่ม 4) (<strong>เท็นจู</strong>) อัตรา 5-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน 45% เอสซี (กลุ่ม 16) (<strong>นาปาม เอสซี</strong>) อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 7 วันติดต่อกัน 2 ครั้ง และเว้นระยะก่อนเก็บเกี่ยวหลังจากพ่นสารครั้งสุดท้ายตามคำแนะนำที่ระบุบนฉลาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสารตกค้างบนผลทุเรียน</h4>
</li>
</ol>
<h4></h4>
<h5><strong>เอกสารประกอบการเรียบเรียง</strong></h5>
<h5>Beardsley, J. W. Jr. and R. H. Gonzalez. 1975. The biology and ecology of armored scales. Annu. Rev. Entomol. 20:47-73.</h5>
<h5>http://impexp.oae.go.th/service/ ตรวจสอบเมื่อ 25 มกราคม 2564.</h5>
<h5><a href="http://scalenet.info/catalogue/">http://scalenet.info/catalogue/</a> ตรวจสอบเมื่อ 25 มกราคม 2564.</h5>
<h5>ศรุต สุทธิอารมณ์. 2559. รายงานโครงการวิจัย การศึกษาและพัฒนาประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช. กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.</h5>
<h5>ศรุต สุทธิอารมณ์. 2557. แมลงศัตรูทุเรียน. หน้า 4-23. <em>ใน</em> แมลงศัตรูไม้ผล เอกสารวิชาการ กลุ่มบริหารศัตรูพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร.</h5>
<h5>สาทร สิริสิงห์ มานิตา คงชื่นสิน และ วัฒนา จารณศรี. 2535. แมลงศัตรูทุเรียนและการป้องกันกำจัด. หน้า 226-238. <em>ใน</em> แมลงและสัตว์ศัตรูที่สำคัญของพืชเศรษฐกิจและการบริหาร. กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร.</h5>
<h5>สุเทพ สหายา. 2560. รู้เข้าใจการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช: หนอนเจาะเมล็ด ภัยร้ายของชาวสวนทุเรียน. เคหการเกษตร. หน้า 171-174.</h5>
<h5>สุภราดา สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง เสาวนิตย์ โพธิ์พูนศักดิ์ ศรีจำนรรจ์ ศรีจันทรา และพฤทธิชาติ ปุญวัฒโท. 2563.เอกสารวิชาการ คำแนะนำการป้องกันแมลง-สัตว์ศัตรูพืช อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยจากงานวิจัย.กลุ่มบริหารศัตรูพืช/กลุ่มกีฏและสัตววิทยา สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 230 หน้า.</h5>
<h5>สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช. 2562. เอกสารวิชาการ แมลง-ไร ศัตรูทุเรียน. สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 88 หน้า.</h5>
</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site/8498-2/"></a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sotus.co.th/site">บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
